เมนูหลัก

 

 

"พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์" รมช.ศธ. ปฏิบัติราชการและตรวจเยี่ยมโรงเรียน ที่ จ.เชียงราย

    

          เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2558 พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปปฏิบัติราชการที่อำเภอแม่สายและเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์รัฐบาลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามทักษะอาชีพ โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนทักษะอาชีพในโรงเรียนขยายโอกาส และการจัดการเรียนการสอนทักษะอาชีพในโรงเรียนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการศึกษาตามนโยบายในพื้นที่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดเชียงราย ให้พร้อมต่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบในปี 2559 ซึ่งเป็นพื้นที่ขยายผลในระยะที่สองจาก 5 เขตนำร่องในระยะแรก

 

          โดย รมช.ศึกษาธิการ เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านเวียงพาน อ.แม่สาย ซึ่งเป็นโรงเรียนชายขอบ ห่างจากด่านพรมแดนไทย-เมียนมา ประมาณ 1 กม. มีนักเรียนทั้งหมด 956 คน ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กจากหลากหลายชาติพันธุ์ เช่น ไทย ไทยลื้อ ไทยใหญ่ อาข่า จีนฮ่อ เป็นต้น ทั้งยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจากสิ่งเสพติดอีกด้วย ทั้งนี้ โรงเรียนได้มุ่งเน้นหลักสูตรสถานศึกษาที่บูรณาการความเป็นประชาคมอาเซียนและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่กระบวนการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

          โอกาสนี้ คณะนักเรียนได้กล่าวต้อนรับ 4 ภาษาอาเซียน โดยจัดการแสดงชนเผ่า การแสดงวงโยธวาทิต จากนั้น รมช.ศึกษาธิการได้ตรวจเยี่ยมศูนย์อาเซียนศึกษา (Buffer School) เพื่อเตรียมคนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ชมนิทรรศการทักษะงานอาชีพ (อาหารท้องถิ่น นวดเพื่อสุขภาพ งานสระไดร์ งานอัญมณี น้ำสมุนไพร งานเพ้นท์ผ้า สอนโดยวิทยากรท้องถิ่น) เยี่ยมชมห้องเรียนภาษาต่างประเทศ ที่มีการสอนโดยครูเจ้าของภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน โดยเฉพาะภาษาพม่า ที่มีการขยายผลอย่างเข้มแข็ง มีบทเรียนภาษาออนไลน์ในทุกระดับชั้น เน้นการสอนเพื่อการสื่อสาร สอดรับกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นักเรียนสามารถติดต่อสื่อสารกับชาวพม่า จีน และชนเผ่าต่างๆ ได้

          นอกจากนี้ เด็กนักเรียนกลุ่มเสี่ยงตามแนวตะเข็บชายแดนก็ได้รับภูมิคุ้มกันที่ดีจากระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน โดยมีปัจจัยความสำเร็จจากบุคลากรที่เข้มแข็งและได้รับการสนับสนุนที่ดีจากชุมชน

          จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ ได้เดินทางต่อไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 (เวียงเก่าแสนภูวิทยาประสาท) อ.เชียงแสน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เน้นการเรียนการสอนทั้งนักเรียนปกติิ เด็กพิการ และเด็กด้อยโอกาส เพื่อให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี มีนักเรียนทั้งหมด 1,911 คน โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนมีทักษะในการใช้ภาษาและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร เพื่อพัฒนาเป็นบุคคล แห่งการเรียนรู้ การศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ

          ในการนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้เยี่ยมชมการดำเนินงานต่างๆ อาทิ ระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (Distance Learning Television : DLTV) ซึ่งขยายผลเป็นระบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Distance Learning Information Technology : DLIT) การจัดหลักสูตรคู่ขนานกับวิทยาลัยการอาชีพเวียงเชียงรุ้ง (สาขาวิชาธุรกิจคอมพิวเตอร์ และบัญชี) การจัดการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทำ (ศิลปะสร้างสรรค์ ดนตรี มวย รถกาแฟเวียงเก่าเคลื่อนที่) โรงเรียนในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (SEZ: Special Economic Zone) ระยะที่ 2 จังหวัดเชียงราย โรงเรียนสุจริตต้นแบบ (Upright School Project) การจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน) การจัดการเรียนการสอนตามแนวทางพัฒนาการทางสมอง (Brain-based Learning : BBL) รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง

          นอกจากนี้ ได้เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ภายในโรงเรียน ได้แก่ ค่ายมวยราชประชา 15 ยิม ส้วมสุขสันต์หรรษา แหล่งเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Green Clean and Beautiful) โรงอาหาร (Clean food Good taste and Safety) ร้านค้าสหกรณ์ 7-รปค.15 โรงเรียนธนาคารโดยความร่วมมือและสนับสนุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขาเชียงแสน ห้องสมุดโรงเรียนเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การบริหารเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One StopService : OSS) และสำนักงานลดปริมาณกระดาษ (Paperless Office) ศูนย์บ่มเพาะนักธุรกิจน้อย (แผนการเรียนอาหาร เครื่องดื่ม และการบริการ : ร้านกาแฟเวียงเก่า)

          ภายหลังการตรวจเยี่ยม รมช.ศึกษาธิการ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการตรวจเยี่ยมโรงเรียนทั้งสองแห่งนี้ว่า ขอแสดงความชื่นชมนักเรียนทั้งสองโรงเรียนที่มีความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะทักษะด้านการสื่อสารภาษาต่างประเทศที่สามารถใช้ได้จริง และมีความรู้ตามศักยภาพ เหมาะสม กับสภาพพื้นที่ของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นำสู่การประกอบอาชีพ นอกจากนี้ โรงเรียนยังเพียบพร้อมไปด้วยแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ซึ่งล้วนเกิดจากความทุ่มเท มุ่งมั่นตั้งใจของบุคลากรที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ เอื้อต่อการพัฒนาการศึกษาของชาติให้ก้าวหน้า และเกิดประโยชน์โดยตรงต่อเยาวชนของชาติ จึงขอขอบคุณชุมชนและหน่วยงานทุกภาคส่วน ที่ให้ความร่วมมือ สนับสนุน เกิดเป็นภาคีแห่งการพัฒนาการศึกษาที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป

ที่มา ข้อมูลและภาพถ่าย : เว็บไซต์รัฐบาลไทย

http://www.thaigov.go.th/index.php